ลดความอ้วน ฟรี ฟรี ฟรี !!

    ถ้าคุณกำลังมองหา Tips Tricks &
    Techiniques การลดน้ำหนักอย่าง
    ถูกต้อง  และดูแลสุขภาพด้วยตน
    เองอย่างถาวร และตลอดไป

    โดยที่ไม่ต้องใช้ยา หรืออาหาร
    เสริมลดน้ำหนักซึ่งทำให้คุณต้อง
    สูญเสียเงิน ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก

    มูลค่า 250 บาทต่อปี
    (แต่ผมยกให้คุณ ฟรี)










    คุณจะได้รับ
  • โปรแกรมออกกำลังกายจากที่บ้าน

  • Weight loss E-Course  7 วัน
  • Tips สุขภาพ 7 วัน
  • Thaifittips Newsletter ทุก 2
    สัปดาห์
  • คู่มือรักษ์หัวใจ

    ทั้งหมด ฟรี

เพียงกรอกแบบฟอร์มข้างล่างนี้
ชื่อเล่น:
E-Mail:

ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ไม่เสียเงินซ้ำแล้ว...ซ้ำอีก  โดยแพทย์

เปิดเผยวิธีการลดความอ้วนและบอกวิธีการเร่งการเผาผลาญ ให้ได้  500+ ถึง 1000+
กิโลแคลอรี่ต่อวัน
 และช่วยปกป้องเงินที่คุณหามาด้วยความยากลำบาก...ถึงปีละ
กว่า 4,700+ ถึง 19,700+บาท
....ให้พ้นจากบริษัทค้ายาและอาหารเสริมลดน้ำหนัก..
ที่ใช้เทคนิคการตลาดแบบต่างๆ  ล่อลวงและสูบเงินออกจากกระเป๋าสตางค์ของคุณ
....
ซ้ำแล้ว...ซ้ำอีก....ตลอดไป  โดย"แพทย์"

ถ้าท่านติดตามเวบไซด์นี้มาเป็นระยะเวลานานพอสมควร....ตั้งแต่กลางปี 50
ก็จะพอทราบว่า
ผมเป็นคนแรกๆ ที่ออกมาพูดเรื่องนี้ก่อน ที่จะมีข่าวเสียด้วยซ้ำ
ท่านจะเชื่อผมหรือไม่ก็ตามใจครับ


    "ถ้าดิฉันจะนำข้อมูลในบทเรียนนี้
    ไปแนะนำแกนนำ กลุ่มเป้าหมาย
    คนไทยไร้พุง  จะได้มั๊ย และต้อง
    ทำอย่างไร  ( ดิฉันเป็น จนท.
    สาธารณสุข ปฏิบัติงานในชุมชน
    รับผิดชอบโครงการคนไทยไร้พุง
    ซึ่งเห็นว่าเนื้อหาของหนังนี้มี
    ประโยชน์มาก  และสามารถ
    ปฏิบัติจริงได้  ซึ่งได้ปฏิบัติกับตัว
    เองแล้วได้ผลดีมาก )   ขอบคุณ
    มากค่ะ"   

Dariya

ข้อมูลส่วนบุคคลตลอดจนไปถึงอีเมล ของผู้สั่งซื้อหนังสือ
จะถูกเก็บรักษาความลับไว้ขั้นสูงสุด จึงไม่สามารถแสดง
รายละเอียดได้มากกว่านี้ครับ

    "สวัสดีค่ะ คุณปิติ

    ขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำนะ
    คะ ตอนนี้ดิฉันลดน้ำหนักได้ 10
    กิโลกรัมแล้วค่ะ จาก 95 เหลือ 85
    ในระยะเวลา 5 เดือน
    ตั้งแต่มิย. ถึงปัจจุบันค่ะ  ตอนนี้
    เอวลดลงหลายนิ้วค่ะ

    ขอขอบคุณอีกครั้งนึงนะคะ
    สำหรับคำแนะนำดีๆ"

แอ๋

ข้อมูลส่วนบุคตลอดจนไปถึงอีเมล ของผู้สั่งซื้อหนังสือจะ
ถูกเก็บรักษาความลับไว้ขั้นสูงสุด จึงไม่สามารถแสดงราย
ละเอียดได้มากกว่านี้ครับ

    เนื่องจากดิฉันวางเเผนจะมีบุตร
    เเต่น้ำหนักตัวมาก ถึง 74กก. สุง
    158ซม. พยายามหาวิธีลดมาโดย
    ตลอด ปกติน้ำหนักจะอยู่ที่ 55
    กก. เเต่ พอเเต่งงานได้ 2 ปีกว่า
    น้ำหนักก็ขึ้นเรื่อยๆ  ดิฉันรอความ
    หวังจากคุณหมอเพราะอ่าน
    บทความเเล้ว เห็นว่าเป็นวิธีที่ถูก
    ต้องที่สุด

    ขอบคุณค่ะ
เคท

ข้อมูลส่วนบุคตลอดจนไปถึงอีเมล ของผู้สั่งซื้อหนังสือจะ
ถูกเก็บรักษาความลับไว้ขั้นสูงสุด จึงไม่สามารถแสดงราย
ละเอียดได้มากกว่านี้ครับ

    "แผนปฏิบัติการลดไขมัน ทั้ง 16
    ตอนนั้น  เขียนได้ไร้ที่ติ สมแล้ว
    เป็น หัวใจของหนังสือ

    พยายามอ่านสองเที่ยวเพื่อหาข้อ
    ตำหนิแต่ก็หาไม่ได้

    และน่าจะปฏิบัติได้ไม่ยากเ พียง
    แต่ต้องมีพลังใจที่เข้มแข็ง และ
    วินัยต่อตนเอง

    และตอบปัญหาข้อสงสัยที่ก่อน
    หน้านี้กินอาหารสองมื้อ ต่อมา
    กลับมากิน  อาหารสามมื้อ
    ปรากฏว่าน้ำหนักลดลง ยังงงงวย
    มาจนปัจจุบันนี้"

ศุภลักษณ์

ข้อมูลส่วนบุคตลอดจนไปถึงอีเมล ของผู้สั่งซื้อหนังสือ
จะถูกเก็บรักษาความลับไว้ขั้นสูงสุด จึงไม่สามารถแสดง
รายละเอียดได้มากกว่านี้ครับ

    "ป็นหนังสือลดน้ำหนักที่ให้ความรู้
    เยอะมากๆๆครับ  ขอบคุณครับ"

สุชาติ

ข้อมูลส่วนบุคตลอดจนไปถึงอีเมล ของผู้สั่งซื้อหนังสือ
จะถูกเก็บรักษาความลับไว้ขั้นสูงสุด จึงไม่สามารถแสดง
รายละเอียดได้มากกว่านี้ครับ

    "เรียน คุณปิติ

ได้รับหนังสือแล้วค่ะ เปิดอ่านแล้ว เป็น
หนังสือที่อ่านง่ายเข้าใจง่าย และมีประโยชน์
มากๆ ค่ะ มีเนื้อหากระชับได้ใจความ
และยังมีภาพประกอบทำให้เข้าใจง่ายอีกด้วย
เป็นเวบ ที่มีเนื้อหาโดนใจและมีประโยชน์
มากๆ เลยนะคะ  ขอเอาใจช่วยนะคะที่มี
เป้าหมายอยากจะดูแลทุกคนให้สุขภาพดี
ถ้าดิฉันประสบผลสำเร็จในการลดน้ำหนัก
ครั้งนี้ได้ตามเป้าหมายแล้วล่ะก็ จะเรียนคุณ
หมอคนแรกเลยนะคะ

จึงขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ และขอให้
คุณหมอสุขภาพแข็งแรงเช่นกันนะคะ จะได้
สร้างสรรค์สิ่งที่ดีและเป็น
ประโยชน์ให้ผู้คนค่ะ

ด้วยความเคารพอย่างสูง"

รุ่งนิภา

ข้อมูลส่วนบุคตลอดจนไปถึงอีเมล ของผู้สั่งซื้อหนังสือ
จะถูกเก็บรักษาความลับไว้ขั้นสูงสุด จึงไม่สามารถแสดง
รายละเอียดได้มากกว่านี้ครับ

    "เรียนคุณหมอครับ

ตั้งแต่ผมได้ อ้วนศาสตร์ มา ผมเพิ่งจะได้มี
โอกาสทำตามประมาณ 2 เดือนเองครับ (ได้
อ้วนศาสตร์มานานมากแล้ว) แต่พอทำได้
(ไม่ทุกอย่างนะครับ เพราะผมไม่ทานมื้อเย็น
ด้วย) พยายามคำนวนแคลอรี่ แล้วก็พยายาม
ออกกำลังกายให้หนักหน่วงทั้งสองแบบ และ
ต้องให้มากกว่าแคลอรี่ที่รับเข้าไป

ผลปรากฎว่า 2 เดือนนี้ น้ำหนักจาก 120 ก.ก.
เหลือเพียง 102.3 ตอนแรกก็คิดว่าเป็นน้ำที่
หายไป แต่กางเกงก็หลวมลงมาก

วันนี้เอาไปแก้ผลปรากฎว่าเอวจาก 48 เหลือ
เพียง 42 ครับ ดีใจมาก... ขอบคุณอ้วนศาสตร์
ของคุณหมอมาก

...

ขอขอบพระคุณล่วงหน้านะครับ ส่วนผม
ปลายปีต้องการน้ำหนัก ให้ต่ำกว่า 90 และ
ต้องทำให้ได้ หากได้จะเมล์แจ้งอีกครั้งหนึ่ง
ครับ

ด้วยความเคารพ

เฉลิมชัย

ข้อมูลส่วนบุคตลอดจนไปถึงอีเมล ของผู้สั่งซื้อหนังสือ
จะถูกเก็บรักษาความลับไว้ขั้นสูงสุด จึงไม่สามารถแสดง
รายละเอียดได้มากกว่านี้ครับ
หมอเตือนอย่าเชื่อ “กาแฟ” ลดน้ำหนัก ชี้ ระวังสารอันตราย ยันไม่มีอาหารใดทำให้ผอมได้ถาวร

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 4 พฤศจิกายน 2551 07:06 น.

      หมอเตือนอย่าหลงเชื่อดื่มกาแฟแล้ว “ผอม” ชี้ ดื่มมากเกิดไป เจอปัญหาหัวใจเต้นผิดจังหวะ ด้านนักโภชนาการ
ระบุดื่มมากระวังอันตรายจากกาเฟอีน หรือส่วนผสมอื่นที่เป็นยาลดน้ำหนัก ส่งผลระยะยาวต่อร่างกาย
ยันไม่มีอาหาร
ใดลดน้ำหนักได้ถาวร

      
      ศ.นพ.สุรัตน์ โคมินทร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนวิทยาคลินิกและโรคเบาหวาน อดีตหัวหน้าหน่วยโภชนวิทยา
และชีวเคมีทางการแพทย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการโฆษณาชวนเชื่อ ทำให้ประชาชนผิดว่า การดื่มกาแฟแล้วจะทำให้
รูปร่างผอมเพรียว ซึ่งต้องบอกว่าไม่เป็นความจริงทั้งหมด แม้ว่ากาแฟจะมีส่วนต่อระบบการเผาผลาญของร่างกาย แต่
หากดื่มเป็นปริมาณมาก โดยหวังว่าจะให้ร่างกายผอม หุ่นดีนั้นอาจเกิดอันตรายกับร่างกายได้ แทนที่จะผอม เพราะ
กาเฟอีนจะทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายทำงานดีขึ้น แต่หากทานมากไปจะทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ
      
      “นอกจากนี้ หากดื่มกาแฟก็อาจอ้วนได้เช่นกัน เพราะหากส่วนผสมของกาแฟนั้นมีครีมเทียม น้ำตาลผสมอยู่มากก็
จะมีพลังงานหลายกิโลแคลอรี ดังนั้น ทำให้อ้วน จะผอมได้อย่างไร ก็ ถ้าอยากดื่มกาแฟดำ ไม่ใส่น้ำตาลและครีม ก็
ถือว่าพอมีประโยชน์ในการช่วยเผาผลาญบ้าง แต่ก็ไม่ควรดื่มหลายๆ แก้วต่อวัน”ศ.นพ.สุรัตน์ กล่าว
      
      ด้าน นพ.ฆนัท ครุธกูล ผู้จัดการศูนย์หหัวใจหลอดเลือดและเมตาบอลิก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่า กาแฟมีส่วนช่วยให้ระบบเมตาบอลิซึม ซึ่งเป็นการเผาผลาญของร่างกาย
ทำงานได้ดีขึ้นในระดับสัตว์ทดลองและมนุษย์ด้วย แต่ก็ไม่ได้กระตุ้นให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายดีจนทำให้
ร่างกายผอมเพรียว แถมหากดื่มมากเกินไปอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูงและระดับไขมันในกระแส
เลือดมากกว่าปกติ เหตุเพราะส่วนผสมในการดื่มกาแฟด้วย
      
      นายสง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการระดับ 9 กรมอนามัย กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่กาแฟจะทำให้ลดน้ำหนักได้ เพราะไม่
มีข้อมูลวิทยาศาสตร์ยืนยันเช่นนั้น ทั้งนี้ ถ้าหากกินกาแฟสูตรใดสูตรหนึ่งแล้วสามารถลดน้ำหนักได้จริงคคงเป็นการ
เติมสารอะไรบางอย่างทำให้มีผลต่อร่างกาย ซึ่งอาจเป็นยาลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมาก
      
      “
ทุกวันนี้ยังไม่มีอาหารเสริมใด รวมถึงกาแฟที่เป็นการลดน้ำหนักได้อย่างถาวรและยั่งยืน เท่ากับการควบคุม
อาหารและการออกกำลังกาย ทั้งนี้ อาหารเสริมจะทำให้ลดน้ำหนักได้เฉพาะช่วงที่ทานหรือดื่มอาหารเสริมเหล่านั้นอยู่
แต่
หลังจากเลิกแล้วก็จะเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ ทำให้น้ำหนักกลับมาอ้วนเหมือนเดิม ทั้งนี้ ความเชื่อกันว่า ดื่มกาแฟกับแซ
นด์วิชแล้วจะทำให้น้ำหนักลดลงนั้น น้ำหนักลดลงแน่แต่ลดจากการอดอาหารอื่นๆ ทานแต่กาแฟมันก็ย่อมลด แต่
ไมได้ลดจากกาแฟโดยตรง จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงกับการโหมโฆษณาที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทาน
กาแฟ” นายสง่า กล่าว
      
      นายสง่า กล่าวว่า นอกจากนี้ อาจมีผลเสียกับร่างกายได้ หากดื่มกาแฟมากกว่าวัน 2 แก้วต่อวัน เพราะหากร่างกาย
ได้รับปริมาณกาเฟอีนเกินไปก็อาจเป็นอันตรายได้ และหากมีการเติมสารหรือตัวยาสำหรับการลดน้ำหนัก ก็อาจ
เป็นอันตรายกับร่างกายในระยะยาวด้วยเช่นกัน


ที่มา :
ผู้จัดการออนไลน์
นพ. ปิติ นิยมศิริวนิช
15 สิงหาคม 2550   (แก้ไขล่าสุด  4 มิถุนายน 2551 18.40 น.)

สวัสดีครับ  ผู้ที่รักสุขภาพทุกท่าน

ผมขอเดาว่าคุณคงกำลังมองหาวิธีการลดน้ำหนัก และวิธีการลดไขมันส่วนเกินอยู่ใช่ไหมครับ

ลองคิดดูสิครับว่า ถ้าคุณสามารถ
ทำให้ร่างกายของคุณเร่งการเผาผลาญให้คุณได้วันละ 500 - 1000 กิโลแคลอรี่ต่อวัน  
ตลอดชีวิตของคุณ

  • คุณจะมีความสุขในการรับประทานอาหารได้มากขึ้น
  • คุณก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักส่วนเกินอีกต่อไป
  • คุณก็ไม่จำเป็นต้องเสียเงินมากขึ้นและประหยัดเงินที่ใช้จ่ายไปกับอาหารเสริมลดน้ำหนัก

สิ่งที่ผมกำลังบอกกับคุณไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์ แต่เป็นความจริงครับ
ความจริง 3 ประการเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก

ความจริงข้อที่ 1 ในการลดน้ำหนัก คุณต้องลดส่วนที่เป็นไขมันเท่านั้น

ในการลดน้ำหนักที่แท้จริง  คุณต้องลดไขมันครับ  ไม่ใช่กล้ามเนื้อ  ไม่ใช่น้ำ

ถ้าคุณอดอาหาร คุณจะใช้ทั้งไขมันและกล้ามเนื้อในการเผาผลาญ   น้ำหนักของคุณลดครับ ลดเร็วมากเสียด้วย    แต่
หลังจากนั้นน้ำหนักก็จะกลับคืนมาเป็นไขมันทั้งหมด (แต่คุณได้สูญเสียกล้ามเนื้อไปแล้ว)

นั่นคือ ถ้าอดอาหารแล้วคุณจะมีสัดส่วนของไขมันเพิ่มมากขึ้นครับ

อาหารเสริมบางยี่ห้อ ใช้ส่วนประกอบที่ทำให้คุณขับปัสสาวะมากขึ้น  ส่วนประกอบเหล่านี้ได้แก่ กาแฟ  Hibicus  
Parsley   กัวรานา ชาเขียว

เป็นที่ทราบกันดีในทางเภสัชวิทยาว่า  กาแฟ  กัวรานา  ชาเขียว มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ ทำให้คุณขับปัสสาวะมาก
ขึ้น ซึ่งน้ำหนักที่ลดลงไม่ใช่ไขมัน

สูตรแบบต่างๆ  ที่แพร่กระจายบนอินเตอร์เนต  ที่ทำให้คุณลดแคลอรี่ลงอย่างรวดเร็ว  ทำให้คุณสูญเสียน้ำมากขึ้น ซึ่ง
ไม่ใช่น้ำหนักของไขมัน

เพราะสูตรลดน้ำหนักที่มีลดพลังงานลงอย่างมาก จะทำให้ร่างกายต้องดึงไกลโคเจนมาใช้ในการเผาผลาญ (ไม่ใช่
ไขมัน)  

การเผาผลาญไกลโคเจน 1 กรัมจะได้น้ำ 2-3 กรัมครับ  แต่การเผาผลาญไขมัน 1 กรัม จะได้น้ำ 0.5 กรัม

ดังนั้นถ้ามีการลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว แสดงว่าน้ำหนักที่ลดลงไม่ใช่ไขมัน   การลดไขมันจะทำได้ไม่เกิน 0.5
กิโลกรัมต่อสัปดาห์ครับ  ถ้าลดลงเร็วกว่านี้แสดงว่าน้ำหนักที่ลดลงคือน้ำ หรือส่วนประกอบอื่นที่ไม่ใช่ไขมันครับ

ความจริงข้อที่ 2 อาหารเสริมลดความอ้วน ไม่ช่วยลดไขมันได้อย่างถาวร และทำให้คุณสูญเสียเงินซ้ำ

รู้จัก "อาหารเสริมซินโดรม" หรือไม่ครับ  อาหารเสริมซินโดรม เป็นอย่างนี้

  1. จ่ายเงินเพื่อซื้ออาหารเสริม  -->
  2. ใช้ไม่ได้ผล (หรือเงินหมด)-->
  3. มีอาหารเสริมนวักรรมใหม่ออกมา -->
  4. ลองดูใหม่ (น่าจะได้ผลแน่ๆ) -->  

และจ่ายเงินเพื่อซื้ออาหารเสริม...วนกลับไปข้อที่ 1 ใหม่

แล้วบริษัทอาหารเสริมก็จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่มาเรื่อยๆ  กลายเป็น
กฎการแทนที่ของอาหารเสริมลดน้ำหนัก (ซึ่งก็
เป็นหนึ่งในแผนการตลาดอันแยบยล แล้วทำให้คุณต้องเสียเงินซื้อเรื่อยๆ)












ถ้าคุณลองหลับตานึกภาพ นะครับ  คุณจะพบว่าระยะหลังๆเริ่มมีผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักสารพัดครับ ค่อยๆทยอยกันออก
มา

คุณอาจจะผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก  ถ้าคุณยังใช้อาหารเสริมลดน้ำหนัก  เพราะสิ่งนี้ไม่สอนให้คุณดูแลสุขภาพของตนเอง
ได้อย่างถาวร  เสียเวลา เสียเงินซ้ำแล้วซ้ำอีก

ผู้ผลิตอาหารเสริมจะคิดครับว่า "ทำอย่างไรให้มียอดขายมากขึ้น"  แต่ไม่สอนให้คุณเรียนรู้เรื่อง "ความเป็นอยู่และการ
สร้างสุขภาพที่ดี" สำหรับการที่คุณจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันครับ

ความจริงข้อที่ 3 คุณสามารถเร่งการเผาผลาญให้มากขึ้นได้แบบทวีคูณด้วยตนเอง โดยไม่ต้องใช้อาหาร
เสริม

ผมจะบอกให้ครับ  กล้ามเนื้อเป็นอาวุธอันทรงพลังยิ่งในการที่คุณจะใช้เร่งการเผาผลาญให้กับตนเอง  ถ้าคุณมีกล้าม
เนื้อมากกกว่า คุณก็จะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า  กล้ามเนื้อ 1 กิโลกรัม สามารถเร่งการเผาผลาญได้ถึงวันละ 250
กิโลแคลอรี่ต่อวันได้โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย  และเร่งการเผาผลาญในระยะยาวได้  "ตลอดชีวิต" ของคุณ

ความจริง : กล้ามเนื้อเป็นอวัยวะที่ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันครับ  และกล้ามเนื้อทุกๆ 1 กิโลกรัมจะช่วยเพิ่มอัตรา
การเผาผลาญให้มากขึ้นได้ถึงวันละ 240 กิโลแคลอรี่โดยที่ "อยู่เฉยๆ" (ลองคิดดูสิครับ ชั่วโมงต่อชั่วโมง วันต่อวัน
สัปดาห์ต่อสัปดาห์  คุณจะเผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้นโดยที่ไม่ต้องทำอะไร)

ความจริง  ถ้าคุณมีอายุ 40 ปีขึ้นไป  ปริมาณกล้ามเนื้อจะลดลง 5-10% ทุกๆ 10 ปี นั่นหมายความว่าอัตราการเผาผลาญ
ของคุณจะลดลง 120-420 กิโลแคลอรี่   ตามอายุที่มากขึ้น 10 ปี  

แต่ถ้าเพียงแค่คุณสามารถสร้างกล้ามเนื้อได้  คุณก็ไม่จำเป็นต้องลดแคลอรี่จากอาหารลงแต่อย่างใด และรับประทาน
ได้มากขึ้น  แต่เผาผลาญมากขึ้นครับ

ที่จริงมีวิธีอยู่ครับ แต่คุณต้องรู้เทคนิคที่ถูกต้อง

คุณคงจะเห็นแล้วใช่ไหมครับว่าสิ่งที่ผมพูดอยู่ตอนนี้ไม่ได้เกินความจริงเลย

ผมเป็นใคร แล้วทำไมคุณจึงสามารถเชื่อใจผมได้....

ผมชื่อ นพ. ปิติ  นิยมศิริวนิช  ผมเป็นแพทย์ปฏิบัติงานอยู่ในโรงพยาบาลอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ   ผมได้สังเกต
ว่ามีผู้ป่วยเบาหวานจำนวนมาก  และส่วนใหญ่นั้นเป็นคนอ้วน  จึงทำให้ผมสนใจเรื่องของการลดน้ำหนักตั้งแต่นั้น
เป็นต้นมา

ทุกวันนี้ ผมต้องตรวจผู้ป่วยวันละไม่ต่ำกว่า 40-70 รายในแต่ละวัน ใช้เวลาตรวจผู้ป่วยแต่ละราย ไม่เกิน 4 นาที  ทำให้
ผมไม่สามารถที่จะให้ข้อมูลต่างๆผู้ป่วยได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์  ดังนั้นผมจึงคิดหาวิธีการที่ทำให้ข้อมูลต่างๆที่ผมมี
อยู่สามารถให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการแนะนำเรื่องของการลดน้ำหนัก หรือลด
ไขมันส่วนเกิน

ผมทุ่มเทอ่านหนังสือลดน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 30 เล่มทั้งในและต่างประเทศ ร่วมไปถึงบทความ  รายงานการวิจัย ที่มีทั้ง
แพทย์  นักโภชนาการ  นักเพาะกาย  บุคคลทั่วไป  ตลอดจนไปถึงบุคคลในวงการอุตสาหกรรมลดน้ำหนักเป็นผู้เขียน

ทำไมข้อมูลที่ผมมีอยู่ในมือ...จึงแตกต่าง ?

ข้อมูลที่ผมถืออยู่ในมือ ล้วนอ้างอิงมาจากเอกสารงานวิจัยทางการแพทย์ ระดับโลก

NEJM (New England Journal of Medicine ) ,JAMA (Journal of the American Medical Association) วารสาร
เวชศาสตร์และการกีฬา (Journal of Exercise Physiology , Journal of Strength and Conditioning Research) และ
วารสารทางการแพทย์เรื่องความอ้วน  International Journal of Obesity  ซึ่งเป็นวารสารทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงและ
มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก  

เพราะผมเป็นแพทย์จึงทำให้ผมสามารถอ่านต้นฉบับงานวิจัยต่างๆแล้วขุดเอามาเป็นข้อมูลให้คุณได้   นี่แหละครับที่
ทำให้
ข้อมูลที่ผมมีอยู่ในมือนั้นแตกต่างจากผู้เขียนหนังสือลดน้ำหนักเล่มอื่น

ข้อมูลที่ผมถืออยู่เป็นข้อมูลที่ครบวงจรเรื่องการลดน้ำหนักมากที่สุด

เพราะผมเป็นแพทย์ครับ ผมจึงมีความรู้เกี่ยวกับกลไกในร่างกาย  เรื่องฮอร์โมนและการเผาผลาญ กลไกการควบคุม
ความรู้สึกหิว-อิ่ม  โภชนาการและสารอาหาร  การรักษาตั้งแต่การใช้ยา จนไปถึงการผ่าตัด

ข้อมูลที่ผมถืออยู่เป็นข้อมูลครบรอบวงทั้ง 4 ด้าน ครอบคลุมทั้งทฤษฎีและปฎิบัติ

ผมได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการลดน้ำหนักทั้ง 4 ด้านมาผนวกเข้าด้วยกัน

  • แพทย์ :รู้ทุกอย่างที่เป็นกลไกในร่างกาย ถึงแม้จะรู้ไม่ลึกเท่านักวิจัย รู้เรื่องโรค และการรักษา  

  • นักโภชนาการ  :รู้เกี่ยวกับโภชนาการต่างๆ  แต่ไม่รู้เรื่องร่างกายและโรคมากเท่าแพทย์

  • นักวิจัย :รู้ข้อมูลในเบื้องลึก  ลึกกว่าแพทย์  แต่รู้ลึกเฉพาะในส่วนที่ทำการศึกษา  ดังนั้นจึงรู้ไม่กว้างเท่าแพทย์  
    เช่นกันครับ นักวิชาการก็ไม่เคยลดน้ำหนักของตน