หน้าหลัก Xml Feed เขียนบทความ ผู้เขียน ล็อกอิน ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน บทความทั้งหมด ติดต่อเรา
บทความที่ไม่เกี่ยวกับลดน้ำหนัก
RSS Feeds เพิ่มเป็นหน้าที่ชอบ
��ตั้งเป็นหน้าหลัก
Free Newsletter 

ผู้สนับสนุน
หมวดหมู่
การพัฒนาตนเอง
การสร้างสัมพันธ์ ความรัก
การสื่อสาร
การอ่าน การเขียน
การเมือง การทหาร
การแพทย์ สุขภาพ
กีฬา การพักผ่อน
ข่าว สังคม
คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี
ท่องเที่ยว สถานที
ธุรกิจ การเงิน
บ้าน ครอบครัว
รถ ยานพาหนะ
วิชาการ การศึกษา
ศิลปะ บันเทิง
สัตว์โลกผู้น่ารัก
หาเงินออนไลน์
อาหาร เครื่องดื่ม
อื่นๆ ไม่เข้าพวก
โฆษณา
English


ได้ทั้งงาน ได้ทั้งธรรม
ผู้เขียนบทความ : mary
เวบไซด์ :
เขียนเมื่อวันที่ : Wed, 08 Apr 2009 07:11:52 -0700
Category: การพัฒนาตนเอง
พิมพ์หน้านี้ | บอกเพื่อน | เก็บหน้านี้

การทำงานสามารถเป็นการปฏิบัติธรรมได้ตลอดเวลา  
 
หากเราทำด้วยแรงจูงใจที่เป็นกุศล เช่น ทำเพื่อเกื้อกูลผู้อื่น หรือเพื่อฝึกฝนพัฒนาตน โดยมุ่งให้มีความเห็นแก่ตัวน้อยลง อดทนมากขึ้น
 หรือทำโดยมีธรรมะเข้ามากำกับ เช่น ทำด้วยความซื่อสัตย์ รับผิดชอบต่อหน้าที่ หรือทำด้วยความปรารถนาดีต่อส่วนรวม
 
เมื่อถึงที่ทำงาน ก่อนเริ่มงานควรหาเวลาทำใจให้สงบสักครู่
 อยู่กับลมหายใจสักพัก แล้วตั้งจิตเตือนใจนึกถึงธรรมะที่ต้องการน้อมนำมาปฏิบัติ
 หรือย้ำเตือนตนเองว่าจะทำงานด้วยความเพียร ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
 พร้อมเปิดใจรับฟังคำวิจารณ์หรือความเห็นที่ต่างจากตน เป็นต้น
 
 การตั้งจิตมั่นดังกล่าว คือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “อธิษฐาน”
 (ซึ่งไม่ได้แปลว่าการขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างที่เข้าใจกัน)  
 
การเริ่มงานด้วยการอธิษฐานในความหมายดังกล่าว จะช่วยเตือนใจไม่ให้เราพลัดเข้าไปในอารมณ์อกุศลที่บั่นทอนจิตใจและการงาน


การงานยังเป็นโอกาสสำหรับการเจริญสติ  
 
โดยเฉพาะงานการที่ไม่ต้องใช้ความคิดมาก เช่น ล้างจาน ถูบ้าน ซักผ้า
 ในขณะที่ทำงาน ใจก็อยู่กับงาน รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของมือและอวัยวะส่วนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องไปเพ่งหรือจดจ่อแนบแน่นเกินไปนัก
 
 ถ้าจิตเผลอฟุ้งปรุงแต่งไปนอกตัว ระลึกรู้เมื่อใดก็พาจิตกลับมาอยู่กับงาน  
จิตจะฟุ้งไปเท่าไร ก็ไม่รำคาญหงุดหงิด
 
 แต่ถึงหงุดหงิดก็รู้ว่าหงุดหงิด ไม่ปรุงแต่งมากไปกว่านั้น


แม้เป็นงานที่ต้องใช้ความคิด ก็ยังควรเอาสติมาใช้กับงานอยู่นั่นเอง เช่น
 
 คิดเรื่องอะไร ก็ให้สติกำกับใจอยู่กับเรื่องนั้น  
หากเผลอไปคิดเรื่องอื่น ก็ให้สติพาใจกลับมาอยู่กับเรื่องเดิมจนกว่าจะแล้วเสร็จ
 
 หากย้ำคิดย้ำครุ่นไม่ยอมเลิก สติก็จะช่วยให้ปล่อยวางได้ง่ายขึ้น
 
 ที่สำคัญก็คือไม่ว่าจะทำอะไร อย่าปล่อยใจไปพะวงกับเรื่องข้างหน้า ว่าเมื่อไรจะเสร็จ  
เสร็จแล้วจะเป็นอย่างไร หรือติดสะดุดกับเรื่องราวในอดีต
 
 ควรมีสติรู้อาการดังกล่าว แล้วพาใจกลับมาอยู่กับงานที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน  
ใจที่มัวพะวงกับอดีตหรืออนาคต จะทำงานด้วยความเครียด  
 
ส่วนใจที่อยู่กับปัจจุบันโดยมีสติเป็นเครื่องกำกับ จะทำงานด้วยความผ่อนคลาย โปร่งเบามากกว่า เพราะจิตไม่มีเรื่องหนักใจให้ต้องแบก


การทำงานยังสามารถเป็นการปฏิบัติธรรมได้
 
หากรู้จักใช้งานเป็นเครื่องขัดเกลาหรือลดละอัตตา เช่น  
ทำงานโดยคิดถึงประโยชน์ของผู้อื่นมากกว่าของตัวเอง
 หรือฝึกใจไม่ให้หวั่นไหวต่อคำสรรเสริญและคำตำหนิ ความสำเร็จและความล้มเหลว  
 
เมื่อใดที่ถูกวิจารณ์ ก็ถือว่าเป็นของดีที่มาช่วยสยบอัตตาไม่ให้เหลิง  
หรือทดสอบสติว่าจะมาทันการหรือไม่
 
 หากเผลอโกรธ ก็ถือว่าสอบตก แต่ก็ยังสามารถแก้ตัวใหม่ได้เสมอ


พระไพศาล วิสาโล ๓ กันยายน ๒๕๕๔



อ่านบทความของ mary ทั้งหมด


เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ:

อ่านบทความเกี่ยวกับ การพัฒนาตนเอง ต่อ


:- ค้นหาบทความ

��
ค้นหาบทความในฐานข้อมูล

:- บทความล่าสุด
กับคำว่าเหงา
ความสำเร็จ สร้างได้
ตื่นแต่เช้า
บันไดสามขั้นสู่ความสุข
ข้อคิดเพื่อชีวิตในวันใหม่ๆ
วิธีรับมือกับความเครียด
หยุดความเจ้าอารมณ์ เพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวคุณเอง
วิธีจัดการกับสิ่งที่เรียกว่าความเครียด
ขี้เกียจไปแล้วได้อะไรกลับมา
ทุกข์ทุกทีเมื่อมีมานะ โดยพระไพศาล วิสาโล
อุรคชาดก เปรียบคนตายเหมือนงูลอกคราบ
ตัวจากไป ใจยังรักษ์โลก
ได้ทั้งงาน ได้ทั้งธรรม
ราคาของความสุขสบาย โย พระไพศาล วิสาโล
สรุปเรื่องการใช้แอสไพรินในผู้ป่วยเบาหวานจาก Standard of medical care in diabetes 2011
นาทีสุดท้ายของหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล
คนไทยกินยาอื้อซ่าเพิ่มมากกว่าศก.โต
โลกในมุมมองของ Value Investor 20 สิงหาคม 54
เตรียมตัวก่อนเดินทางครั้งสุดท้าย : เผชิญความตายด้วยใจสงบ
เปลี่ยนจากอกหัก หันมารักนิพพาน

:- หมายเหตุ

บทความใน "คลังบทความ" นี้ถูกส่งมาจากทางบ้าน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ โปรดใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองข้อมูลก่อนนำไปใช้ประโยชน์

Copyright 2007-2009 Thaifittips. All Rights Reserved.


Powered by: Content Management Modified by: Thaifittips.com