หน้าหลัก Xml Feed เขียนบทความ ผู้เขียน ล็อกอิน ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน บทความทั้งหมด ติดต่อเรา
บทความที่ไม่เกี่ยวกับลดน้ำหนัก
RSS Feeds เพิ่มเป็นหน้าที่ชอบ
��ตั้งเป็นหน้าหลัก
Free Newsletter 

ผู้สนับสนุน
หมวดหมู่
การพัฒนาตนเอง
การสร้างสัมพันธ์ ความรัก
การสื่อสาร
การอ่าน การเขียน
การเมือง การทหาร
การแพทย์ สุขภาพ
กีฬา การพักผ่อน
ข่าว สังคม
คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี
ท่องเที่ยว สถานที
ธุรกิจ การเงิน
บ้าน ครอบครัว
รถ ยานพาหนะ
วิชาการ การศึกษา
ศิลปะ บันเทิง
สัตว์โลกผู้น่ารัก
หาเงินออนไลน์
อาหาร เครื่องดื่ม
อื่นๆ ไม่เข้าพวก
โฆษณา
English


ตัวจากไป ใจยังรักษ์โลก
ผู้เขียนบทความ : mary
เวบไซด์ :
เขียนเมื่อวันที่ : Wed, 08 Apr 2009 07:11:52 -0700
Category: อื่นๆ ไม่เข้าพวก
พิมพ์หน้านี้ | บอกเพื่อน | เก็บหน้านี้

ประเพณีการฌาปนกิจศพของชาวไทยพุทธมีวิวัฒนาการไปตามยุคสมัย  
 
จากที่เคยเผากันกลางแจ้ง พัฒนามาสู่การเผาศพบนเมรุ  
และทุกวันนี้ เทคโนโลยีการฌาปนกิจก็ก้าวหน้าถึงขั้นใช้ระบบไฟฟ้า ไม่ต้องจุดไฟเผาเหมือนสมัยก่อน
 
แม้เตาเผาศพระบบไฟฟ้าจะไร้ควันและปล่อยมลพิษน้อย  
แต่ต้นทุนในการสร้างและใช้งานย่อมสูงตามไปด้วย
 
 ส่วนเตาเผาศพที่ใช้เชื้อเพลิง มีตั้งแต่ใช้ถ่านไม้ ฟืน น้ำมันดีเซล และแก๊ส
 
 การใช้ถ่านไม้ ฟืน และน้ำมันดีเซลจะก่อมลพิษมาก เพราะอุณหภูมิการเผาไหม้ค่อนข้างต่ำ ทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เกิดเขม่าควันมาก รวมทั้งสารก่อมะเร็งสารพัดชนิด  
 
แต่ถ้าใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง อุณหภูมิการเผาไหม้ค่อนข้างสูง มลพิษที่เกิดจะน้อยกว่า
 
ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำดีๆที่ทำให้เราอยู่และจากโลกนี้ไปอย่างคนรักษ์โลก


เปลี่ยนจากเผาเป็นฝัง(ถ้าทำได้)  
 
งานวิจัยชิ้นหนึ่งของออสเตรเลียระบุว่า  
ศพชายรูปร่างมาตรฐาน หากเผาที่ระดับความร้อน 850 องศาเซลเซียสนาน 90 นาที  
จะผลิตก๊าซคาร์บอนได-ออกไซด์ที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนมากกว่า 50 กิโลกรัม  
 
การเปลี่ยนมาใช้วิธีการฝัง นอกจากจะไม่ ก่อมลพิษแล้ว
 ศพที่เน่าเปื่อยก็จะกลายเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติ


ไม่เผาอะไรนอกจากศพ
 
หลายคนมีความเชื่อในการนำข้าวของเครื่องใช้ของผู้ตายเผาไปพร้อมกับศพด้วย
 
 สิ่งของเหล่านี้เป็นตัวการที่ทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์  
ทางที่ดีอะไรที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ก็อาจนำไปบริจาคเพื่อเป็นกุศลทานแก่ผู้วายชนม์
 อะไรที่จำเป็นต้องเผา ก็เผาพอเป็นพิธี
 
ลดจำนวนวันเก็บศพลง
 
งานวิจัยเรื่อง "รูปแบบการจัดการงานศพโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง
 บ้านไหล่หิน ตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง" พบว่า  
 
ชาวบ้านมีค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพเฉลี่ยอยู่ที่ 13,000 - 17,000 บาทต่อวัน  
นั่นหมายความว่าถ้าเก็บศพไว้ 5 - 7 วัน ก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายร่วมแสน  
 
การลดจำนวนวันเก็บศพไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังประหยัดทรัพยากรที่ใช้ในการจัดงาน ตั้งแต่ไฟฟ้า น้ำประปา ไปจนถึงข้าวปลาอาหารเลี้ยงแขก


เปลี่ยนพวงหรีดเป็นต้นไม้
 
พวงหรีดดอกไม้สดก็มีราคาแพงและอยู่ได้ไม่กี่วัน
 ลองเปลี่ยนจากการให้พวงหรีดเป็นต้นไม้
 ภายหลังเสร็จงาน ยังนำต้นไม้ลงดิน ช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี และเป็นอนุสรณ์แก่ผู้วายชนม์ได้อีกโสด
 
 
 
 
ขอบคุณข้อมูล จาก นิตยสารเนชั่นแนลจีโอการฟฟิค



อ่านบทความของ mary ทั้งหมด


เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ:

อ่านบทความเกี่ยวกับ อื่นๆ ไม่เข้าพวก ต่อ


:- ค้นหาบทความ

��
ค้นหาบทความในฐานข้อมูล

:- บทความล่าสุด
กับคำว่าเหงา
ความสำเร็จ สร้างได้
ตื่นแต่เช้า
บันไดสามขั้นสู่ความสุข
ข้อคิดเพื่อชีวิตในวันใหม่ๆ
วิธีรับมือกับความเครียด
หยุดความเจ้าอารมณ์ เพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวคุณเอง
วิธีจัดการกับสิ่งที่เรียกว่าความเครียด
ขี้เกียจไปแล้วได้อะไรกลับมา
ทุกข์ทุกทีเมื่อมีมานะ โดยพระไพศาล วิสาโล
อุรคชาดก เปรียบคนตายเหมือนงูลอกคราบ
ตัวจากไป ใจยังรักษ์โลก
ได้ทั้งงาน ได้ทั้งธรรม
ราคาของความสุขสบาย โย พระไพศาล วิสาโล
สรุปเรื่องการใช้แอสไพรินในผู้ป่วยเบาหวานจาก Standard of medical care in diabetes 2011
นาทีสุดท้ายของหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล
คนไทยกินยาอื้อซ่าเพิ่มมากกว่าศก.โต
โลกในมุมมองของ Value Investor 20 สิงหาคม 54
เตรียมตัวก่อนเดินทางครั้งสุดท้าย : เผชิญความตายด้วยใจสงบ
เปลี่ยนจากอกหัก หันมารักนิพพาน

:- หมายเหตุ

บทความใน "คลังบทความ" นี้ถูกส่งมาจากทางบ้าน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ โปรดใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองข้อมูลก่อนนำไปใช้ประโยชน์

Copyright 2007-2009 Thaifittips. All Rights Reserved.


Powered by: Content Management Modified by: Thaifittips.com