หน้าหลัก Xml Feed เขียนบทความ ผู้เขียน ล็อกอิน ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน บทความทั้งหมด ติดต่อเรา
บทความที่ไม่เกี่ยวกับลดน้ำหนัก
RSS Feeds เพิ่มเป็นหน้าที่ชอบ
��ตั้งเป็นหน้าหลัก
Free Newsletter 

ผู้สนับสนุน
หมวดหมู่
การพัฒนาตนเอง
การสร้างสัมพันธ์ ความรัก
การสื่อสาร
การอ่าน การเขียน
การเมือง การทหาร
การแพทย์ สุขภาพ
กีฬา การพักผ่อน
ข่าว สังคม
คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี
ท่องเที่ยว สถานที
ธุรกิจ การเงิน
บ้าน ครอบครัว
รถ ยานพาหนะ
วิชาการ การศึกษา
ศิลปะ บันเทิง
สัตว์โลกผู้น่ารัก
หาเงินออนไลน์
อาหาร เครื่องดื่ม
อื่นๆ ไม่เข้าพวก
โฆษณา
English


Step by Step สำหรับการจ่ายค่าตอบแทน P4P
ผู้เขียนบทความ : admin
เวบไซด์ :
เขียนเมื่อวันที่ : Wed, 08 Apr 2009 07:11:52 -0700
Category: การแพทย์ สุขภาพ
พิมพ์หน้านี้ | บอกเพื่อน | เก็บหน้านี้

เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า ปัญหาสำคัญที่สุดปัญหาหนึ่งของกระทรวงสาธารณสุข คือ การที่ไม่สามารถรักษาบุคลากรไว้ให้อยู่ในระบบได้ มีการไหลออกไปสู่ภาคเอกชนอย่างต่อเนื่องและรุนแรง จนเกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากรทุกประเภท และทุกระดับในปัจจุบัน ประกอบกับนโยบายบัตรทอง(๓๐บาท)ของรัฐทำให้จำนวนผู้เข้าบริการสาธารณสุขเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน ยิ่งทำให้เป็นการเพิ่มภาระงานอย่างมากแก่บุคลากรที่มีน้อยอยู่แล้ว ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขมีความเห็นร่วมกันว่า การจ่ายค่าตอบแทนแบบปัจจุบัน ไม่ช่วยแก้ปัญหา ไม่สะท้อนภาพที่เป็นจริง ไม่สะท้อนภาระงาน และ สรุปว่ามีความจำเป็นที่จะต้องปรับระบบการจ่ายค่าตอบแทน และเห็นว่า P4P น่าจะเป็นคำตอบ

มีการนำเสนอรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงานหลายรูปแบบ แต่ละแบบมีแนวคิด เครื่องมือในการวัดและอัตราการจ่ายแตกต่างกันไป ข้อดีและข้อควรระวังมีให้เห็นในแต่ละรูปแบบ หากจะมีการนำรูปแบบในการจ่ายค่าตอบแทนมาใช้ให้ครอบคลุมสถานพยาบาลทุกระดับเป็นมาตรฐานเดียวกัน ก็ต้องมีความเห็นพ้องร่วมกันในหลักการที่สำคัญๆเสียก่อน แล้วจึงลงสู่รายละเอียด

หลักการสำคัญที่น่าจะนำมาพิจารณาร่วมกัน คือ

๑. ภาระงาน (Performance)

การทำงานของบุคลากรในโรงพยาบาล ผลผลิตสุดท้าย คือ งานที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและผู้ป่วย ซึ่งมีตั้งแต่ งานส่งเสริมสุขภาพ งานป้องกันโรค งานวินิจฉัยโรค งานรักษาโรค และงานฟื้นฟูสมรรถภาพ ก่อนที่จะออกมาเป็นผลผลิตข้างต้นได้บุคลากรต้องมีความรู้(งานด้านวิชาการ) ต้องพัฒนาคุณภาพ(งานด้านคุณภาพ) และมีระบบงานที่มีประสิทธิภาพ(งานบริหาร) คำถามที่ต้องตอบ คือ งานอะไรบ้างที่จะนำมาคิดเป็นภาระงานที่จะนำไปสู่การคิดคำนวณจ่ายค่าตอบแทน ด้วยเหตุผลอะไร สิ่งที่น่าจะเห็นพ้องร่วมกันคืองานที่เกี่ยวกับประชาชนและผู้ป่วย สิ่งที่เห็นต่างกันอยู่คืองานบริหาร งานวิชาการ งานคุณภาพ (และงานอื่นๆ)ว่าจะเอามาร่วมคิดคำนวณด้วยหรือไม่ งานเหล่านี้เป็นงานที่มีอยู่จริงในทุกโรงพยาบาล แต่เหมาะหรือไม่ที่จะนำมาคิดคำนวณ(p4p)

ความคิดที่ว่าผู้บริหาร(ไม่ว่าระดับใด)น่าจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม ยอมรับกันได้ แต่ควรจะอยู่ในการจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงาน หรือควรจะอยู่ในระเบียบอื่นๆ(สร้างบัญชีผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุขขึ้นมาใหม่ ผ่านการผลักดันให้บุคลากรสาธารณสุขออกจาก กพ. น่าจะดีที่สุด)

ภาระงานนอกเวลาราชการจะยังมีระเบียบค่าตอบแทนฉบับที่ ๕ รองรับอยู่ ดังนั้นภาระงานที่นำมาคิดควรเป็นภาระงานเฉพาะในเวลาราชการ

๒. การถ่วงน้ำหนัก(Weighting)

ความหลากหลายในกิจกรรมของบุคลากรในโรงพยาบาล ความแตกต่าง ความยุ่งยาก และความซับซ้อนของงานแต่ละงาน ของแต่ละสาขาเป็นที่ประจักษ์กัน การหาเครื่องมือมาวัด และถ่วงน้ำหนักให้เกิดความเป็นธรรม เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย คือ คำถามที่สำคัญอีกข้อหนึ่ง อะไรเหมาะจะนำมาเป็นเครื่องมืออันนี้ สำหรับแพทย์นั้นมีการหยิบยกเอากลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม(Diagnosis-related Groups…DRG) และค่าธรรมเนียมแพทย์ที่ออกโดยแพทยสภา(Doctor Fee…DF) รวมทั้งการคิดหลักการถ่วงน้ำหนักขึ้นมาเอง(โดยอ้างอิงระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข และอื่นๆ) ซึ่งแต่ละอย่างก็มีที่มา มีเนื้อหา และหลักการแตกต่างกัน เครื่องมือใดน่าจะเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับกันได้มากที่สุด

*น้ำหนักสัมพัทธ์(Relative Weight)หรือคะแนนภาระงาน(Work Points)ที่อิงกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม(Diagnosis-related Groups…DRG) เป็นการแสดงน้ำหนักของการใช้ทรัพยากรทั้งหมดในการรักษาคนไข้ ไม่สามารถแยกได้ว่าน้ำหนักเท่าใดเป็นของบุคลากร และไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นผลงานของบุคลากรคนใด
*น้ำหนักสัมพัทธ์(Relative Weight)หรือคะแนนภาระงาน(Work Points)ที่อิงค่าธรรมเนียมแพทย์ที่ออกโดยแพทยสภา(Doctor Fee…DF) เป็นการแสดงน้ำหนักของกิจกรรมของแพทย์ที่กระทำต่อคนไข้ สามารถแยกแยะเป็นรายกิจกรรม เป็นรายบุคลากร และแยกแยะได้ว่าเป็นส่วนของการวินิจฉัย การรักษา หรือการฟื้นฟูสมรรถภาพ

๓. งานส่วนที่เกินภาระงานปกติ (Threshold)

เมื่อได้น้ำหนักสัมพัทธ์รวมของภาระงานของแต่ละคนแล้ว  คำถามต่อไปคือน้ำหนักสัมพัทธ์หรือคะแนนภาระงานส่วนใดถือว่าเป็นส่วนที่จะนำมาคิดเป็นค่าตอบแทน มีการเสนอให้นำเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มพิเศษสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ(พตส.) เงินเพิ่มพิเศษสำหรับการไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว (หรืออื่นๆ) มาเป็นส่วนหนึ่งของฐานในการคิด(แปลงเงินเหล่านี้เป็นน้ำหนักสัมพัทธ์หรือคะแนนภาระงานก่อน แล้วนำมาคิด หรือแปลงน้ำหนักสัมพัทธ์หรือคะแนนภาระงานเป็นเงินแล้วนำมาหาส่วนเกิน) เงินส่วนใดบ้าง และแค่ไหนจึงจะเหมาะสม

๔.อัตราค่าตอบแทน (Rating)

การแปลงน้ำหนักสัมพัทธ์หรือคะแนนภาระงานเป็นค่าตอบแทนจะใช้อัตราเท่าไรจึงจะเหมาะสม มีการเสนอว่าใช้การเปรียบเทียบกับอัตราของเอกชน เช่น ๒๕%  หรือ๓๐%  หรือ๕๐%---ของเอกชน(เปรียบเทียบโดยใช้คู่มือค่าธรรมเนียมแพทยฺ์ของแพทยสภา) และใช้อัตราของเอกชนเป็น benchmark ในการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงในอนาคต

๕.ปลายเปิดหรือปลายปิด (End Margin)

คำถามสุดท้ายข้อนี้น่าจะเป็นคำถามข้อแรกที่ต้องหาความเห็นร่วมให้ได้เสียก่อน หากต้องการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หากต้องการให้เกิดความเป็นธรรม หากต้องการสะท้อนภาพของความเป็นจริง คำตอบน่าจะเป็นอย่างไร เหตุผลหนึ่งที่บุคลากรภาครัฐไหลไปสู่ภาคเอกชน ก็คือ ค่าตอบแทนเป็นธรรม(High Minimun Guarantee) และไม่มีเพดาน(no upper limit) เหตุผลนี้ควรจะอยู่ในแนวคิดการออกแบบการจ่ายค่าตอบแทนด้วย

มีความเห็นว่าการนำเอาข้อจำกัดในปัจจุบัน(ปัญหาด้านเงินบำรุง และงบประมาณ)มาเป็นข้อจำกัดในการออกแบบรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนในอนาคต  จะเป็นการย่ำไปในรอยเกวียนรอยเดิมอีกหรือไม่ เราจะหลุดพ้นจากปัญหาเหล่านี้ได้เหมือนวิชาชีพอื่น(ด้านยุติธรรม---ผู้พิพากษา และอัยการ)หรือไม่ หรือเราจะได้ระเบียบค่าตอบแทนฉบับใหม่ที่ใช้เพียงเพื่อแก้ขัด(แต่ไม่ได้แก้ไข) และยังวนเวียนอยู่กับปัญหาเหล่านี้ต่อไป มันขึ้นอยู่กับคำตอบข้อนี้

ความเห็นพ้องเพื่อลดความขัดแย้ง และความรอบคอบเพื่อให้ได้เครื่องมือที่ดีในการแก้ปัญหา...............จำเป็นอย่างยิ่ง...จริงๆ



อ่านบทความของ admin ทั้งหมด


เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ:

อ่านบทความเกี่ยวกับ การแพทย์ สุขภาพ ต่อ


:- ค้นหาบทความ

��
ค้นหาบทความในฐานข้อมูล

:- บทความล่าสุด
เรื่องของดอกเบี้ยที่คุณยังไม่รู้
หุ้นคืออะไร
เงินคือพระเจ้า/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
อายุของธุรกิจแบบครอบครัว
สินค้าสำหรับเด็ก ขายได้แล้วก็ได้ราคา
"โออิชิ สแนค" โปรเจคล้มแชมป์
ตลาดสกินแคร์ฟอร์เมน หมัดต่อหมัด
ร้านขายข้าวกับการทำ CRM โดยไม่รู้ตัว
ลืมเรื่องในอดีต โยนปืนทิ้งดาบมาจับมือเพราะเรื่องผลประโยชน์
ทุ่ม 100 ล้านบาทสร้างกระแสแมกนั่ม
ช่องว่างระหว่าง ซัมซุงกับไอโฟน
พลังดึงดูดทางการเงิน
พลังของ Social Media
บัตรเงินออก
รับศึก‘นมนอก’ทะลักหลังรับAEC
ธุรกิจบุญหรือธุรกิจบาป
ธุรกิจบนมือถือ
3K หวังบินไปโกอินเตอร์บนปีก ลิเวอร์พูล
น้องใหม่หายใจรดต้นคอ กูลิโกะ
การสร้างความสำพันธุ์ที่ดีในเชิงธุรกิจ

:- หมายเหตุ

บทความใน "คลังบทความ" นี้ถูกส่งมาจากทางบ้าน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ โปรดใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองข้อมูลก่อนนำไปใช้ประโยชน์

Copyright 2007-2009 Thaifittips. All Rights Reserved.


Powered by: Content Management Modified by: Thaifittips.com