หน้าหลัก Xml Feed เขียนบทความ ผู้เขียน ล็อกอิน ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน บทความทั้งหมด ติดต่อเรา
บทความที่ไม่เกี่ยวกับลดน้ำหนัก
RSS Feeds เพิ่มเป็นหน้าที่ชอบ
��ตั้งเป็นหน้าหลัก
Free Newsletter 

ผู้สนับสนุน
หมวดหมู่
การพัฒนาตนเอง
การสร้างสัมพันธ์ ความรัก
การสื่อสาร
การอ่าน การเขียน
การเมือง การทหาร
การแพทย์ สุขภาพ
กีฬา การพักผ่อน
ข่าว สังคม
คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี
ท่องเที่ยว สถานที
ธุรกิจ การเงิน
บ้าน ครอบครัว
รถ ยานพาหนะ
วิชาการ การศึกษา
ศิลปะ บันเทิง
สัตว์โลกผู้น่ารัก
หาเงินออนไลน์
อาหาร เครื่องดื่ม
อื่นๆ ไม่เข้าพวก
โฆษณา
English


คนไทยกินยาอื้อซ่าเพิ่มมากกว่าศก.โต
ผู้เขียนบทความ : mary
เวบไซด์ :
เขียนเมื่อวันที่ : Wed, 08 Apr 2009 07:11:52 -0700
Category: การแพทย์ สุขภาพ
พิมพ์หน้านี้ | บอกเพื่อน | เก็บหน้านี้

คนไทยกินยาอื้อซ่าเพิ่มมากกว่าศก.โต
Posted on สิงหาคม 20, 2011 by สช.
 
ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554
http://suchons.wordpress.com/
กรุงเทพฯ * สวรส.ร่วมมือ อย. วิจัยระบบยา พบคนไทยบริโภคยารวมมูลค่า 134,482,077 ล้านบาท มากกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นยาปฏิชีวนะมากที่สุด 2.6 หมื่นล้าน รองลงมาเป็นยาโรคหัวใจ ความดันรองลงมา ชี้เป็นผลจากคนไทยป่วยโรคเรื้อรังเพิ่ม และระบบบัตรทองทำให้คนเข้าถึงยาดีขึ้น
 
นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานคณะกรรมการกำกับทิศ ทางการวิจัยและพัฒนาระบบยา สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า คณะกรรมการกำกับทิศ ทางการวิจัยและพัฒนาระบบยา สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ร่วมกันทำวิจัยและพัฒนาระบบยาใน ทำให้เห็นว่าคนไทยมีการบริโภคยาสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2553 พบว่า คนไทยบริโภคยาสูงถึง 134,482,077 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 35 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ซึ่งถือว่าเพิ่มในอัตราที่รวดเร็วและสูงกว่าค่า ใช้จ่ายด้านสุขภาพด้านอื่น และเป็นการเติบโตที่มากกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ
 
ประธาน สวรส.กล่าวต่อว่า สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดการบริโภคยาเพิ่มขึ้นคือ 1.การเปลี่ยนแปลง ของโรคที่ปัจจุบันเกิดโรคเรื้อรังที่ต้องทานยาเป็นจำนวนมากและนาน 2.การใช้ยาอย่างไม่สมเหตุสม ผล โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ ซึ่งยังก่อให้เกิดการดื้อยาตามมาด้วย 3.การมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ส่งผลให้ประชาชนเข้าถึงยามากขึ้น จากที่เมื่อก่อนประชาชนไม่ค่อยทานยาเพราะต้องซื้อทานเอง แต่เมื่อมีการเข้าถึงยามากขึ้น การบริโภคยาจึงเยอะขึ้นตามมา โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการที่มีค่าใช้จ่ายด้านยาสูงกว่าทุกกลุ่ม และ 4.การผูกขาดทาง ด้านยาด้วยการมีสิทธิบัตรยา และการทำซีแอลยา โดยพบว่าจำนวน 2 ใน 3 เป็นยานำเข้าจากต่างประเทศ
 
นพ.สุวิทย์กล่าวต่อด้วยว่า ขณะนี้ยาที่มีการนำเข้ามากที่ สุดคือ 1.ยาปฏิชีวนะ นำเข้าประ มาณ 26,000 ล้านบาท 2.ยากลุ่ม โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง นำเข้า ประมาณ 21,000 ล้านบาท 3.ยา กลุ่มทางเดินอาหาร นำเข้าประมาณ 17,000 ล้านบาท 4.ยากลุ่มโรค มะเร็ง นำเข้าประมาณ 15,000 ล้านบาท และ 5.ยากลุ่มกล้าม เนื้อและกระดูก นำเข้าประมาณ 12,000 ล้านบาท
 
ด้าน นพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดม สุข ผู้อำนวยการ สวรส.กล่าวว่า การวิจัยอย่างเป็นระบบจะทำให้ระยะยาวมีตัวเลขการใช้ยาอย่างรวดเร็ว และขั้นตอนต่อไปจะเป็น การส่งเสริมให้มีการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลและใช้ยาตามหลักเกณฑ์ของแพทย์ ส่วนราคายาที่แพงในปัจจุบันเนื่องจากปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกการตลาดได้ อย่างไร ซึ่งเราพยายามพัฒนาระบบยาที่นำเข้ามากที่สุด.


อ่านบทความของ mary ทั้งหมด


เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ:

อ่านบทความเกี่ยวกับ การแพทย์ สุขภาพ ต่อ


:- ค้นหาบทความ

��
ค้นหาบทความในฐานข้อมูล

:- บทความล่าสุด
กับคำว่าเหงา
ความสำเร็จ สร้างได้
ตื่นแต่เช้า
บันไดสามขั้นสู่ความสุข
ข้อคิดเพื่อชีวิตในวันใหม่ๆ
วิธีรับมือกับความเครียด
หยุดความเจ้าอารมณ์ เพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวคุณเอง
วิธีจัดการกับสิ่งที่เรียกว่าความเครียด
ขี้เกียจไปแล้วได้อะไรกลับมา
ทุกข์ทุกทีเมื่อมีมานะ โดยพระไพศาล วิสาโล
อุรคชาดก เปรียบคนตายเหมือนงูลอกคราบ
ตัวจากไป ใจยังรักษ์โลก
ได้ทั้งงาน ได้ทั้งธรรม
ราคาของความสุขสบาย โย พระไพศาล วิสาโล
สรุปเรื่องการใช้แอสไพรินในผู้ป่วยเบาหวานจาก Standard of medical care in diabetes 2011
นาทีสุดท้ายของหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล
คนไทยกินยาอื้อซ่าเพิ่มมากกว่าศก.โต
โลกในมุมมองของ Value Investor 20 สิงหาคม 54
เตรียมตัวก่อนเดินทางครั้งสุดท้าย : เผชิญความตายด้วยใจสงบ
เปลี่ยนจากอกหัก หันมารักนิพพาน

:- หมายเหตุ

บทความใน "คลังบทความ" นี้ถูกส่งมาจากทางบ้าน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ โปรดใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองข้อมูลก่อนนำไปใช้ประโยชน์

Copyright 2007-2009 Thaifittips. All Rights Reserved.


Powered by: Content Management Modified by: Thaifittips.com