“ขี้เกียจจัง” ฉันอุทานกับตัวเองเป็นครั้งที่สิบ(แล้วมั้ง) ก็วันนี้งานมันช่างเยอะเหลือเกิน แถมอากาศก็เย็นได้ที่ ลมเย็นโชยผ่านม่านบางๆ แสงแดดส่องผ่านม่านเมฆหนารำไร ดูแล้วทุกๆอย่างช่างเป็นใจสำหรับการงีบหลับของฉันจริงๆ...
ฉันฟุบหน้าลงบนโต๊ะทำงาน... เคลิ้มๆ สติลอยไปที่ไหนสักที่ แต่ก่อนที่ฉันจะจมดิ่งไปกับความเงียบสงบ อยู่ดีๆ ฉันก็นึกถามตัวเองขึ้นมาว่า... ขี้เกียจไปแล้วจะได้อะไรกลับมา...
ในตอนเด็กฉันเคยถูกสอนว่า ความขี้เกียจจะทำให้ชีวิตของเราไม่ประสบความสำเร็จ... บทความอาขยานที่ถูกสั่งให้ท่องทุกเช้าแวบเข้ามาในหู... “ขี้เกียจคือปลาร้าย... จะทำลายให้เรือจม... เอาใจเป็นปืนคม ยิงระดมให้จมไป!”
แล้วฉันจะทำอย่างไรเพื่อเอา “เจ้าตัวขี้เกียจ” ออกไปดี ?
ความขี้เกียจอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แตกต่างกันไปในแต่ละคน สำหรับความขี้เกียจที่เกิดจากความอ่อนเพลียจากการทำงานนั้นวิธีที่จะกำจัดออกไปได้ก็คือการพักผ่อน... แต่นั่นคุณต้องมั่นใจว่าคุณทำงาน “หนัก” จริงๆ ไม่ใช่เป็นเพียงข้ออ้างสำหรับการพักผ่อน...
เพราะความขี้เกียจส่วนมากเกิดจากความต้องการความสุขสบาย เพราะเรามักมองหากันแต่ความสะดวกสบาย จนบางครั้งกลายเป็นคนหนักไม่เอา เบาไม่สู้... และยังเป็นคนที่กลัวความล้มเหลว ไม่ชอบความผิดพลาดอีกด้วย ดร. นานโด เปลูซี อธิบายว่า ก่ารประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องทุ่มเทมากขึ้นกว่าปกติ แต่เมื่อเจอกับปัญหาคนเรา มักมีทางเลือกแค่สองทาง คือ “ทุ่มสุดตัว” หรือ “ไม่ทำอะไรเลย” และเพราะสัญชาตญาณรักความสะดวกสบายและกลัวความล้มเหลว ทำให้คนเรามักเลือกใช้ทางที่สองมากกว่า... และนั่นก็เป็นเหตุผลสำคัญของความขี้เกียจ ซึ่งไม่มีทางทำให้เราประสบความสำเร็จขึ้นมาได้
ดังนั้นการเอาชนะความขี้เกียยจก็คือการเอาชนะใจตัวเอง จงทำด้วยใจรัก ไม่ว่าปัญหาหรืองานนั้นจะเป็นอะไรจงทำมันอย่างเต็มที่ และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการ “ลงมือ” คุณอาจจะเหนื่อยล้า อ่อนเพลียจนมองว่างานมันช่างก้าวหน้าไปได้ช้าเหลือเกิน จงหลับความคิดเสียใหม่ว่าอย่างน้อยงานมันก็เดิน เมื่องานเดิน ไม่ว่าจะไปทีละก้าวช้าแค่ไหน ก็จะต้องมีสักวันที่ถึงเส้นชัย แต่ถ้าคุณไม่ก้าวเดินเสียที ก็คงไม่มีวันเลยที่คุณจะก้าวผ่านไปถึงเส้นชัยได้...
เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ: