สายลมเย็นโชยเข้ามาทางกรอบหน้าต่างไม้สีน้ำตาลเข้ม พัดให้ผ้าม่านลูกไม้บางสีขาวพลิ้วไหว ภายนอกท้องฟ้ามืดราวกับว่ามีใครเอาผืนผ้าสักกะหลาดสีดำทึบบุเป็นหลังคาไปทุกมุมมอง...
เธอกำลังนั่งเท้าคางอยู่ที่โต๊ะไม้ใกล้กับขอบหน้าต่าง น้ำตาเป็นประกายสะท้อนกับแสงจากโคมไฟสีเหลืองอ่อน หยดน้ำตาที่แสนสวย...
เหงาจัง ...
คิดถึงแทบขาดใจ
บางทีเธอก็นึกแปลกใจ... ความเหงา มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน ในเมื่อก่อนที่จะมีเขา เธอก็ไม่เคยเหงา... แต่ทำไมพอเลิกกับเขาแล้ว เธอกลับเหงาเหลือเกิน
จากที่เคยนอนเก้าอี้ไม้ริมระเบียงจับมือกัน ชี้ชวนมองท้องฟ้า เคยเห็นดาวพราพร่างเต็มสายตา... คำอธิษฐานว่าจะรักกันตลอดไป แต่แล้ววันนี้เธอก็กลับมานั่งมองดูดาวเพียงลำพัง
ท้องฟ้าช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน...
แต่แสงสว่างเล็กๆจากดาวแต่ละดวงที่กะพริบระยิบระยับบนฟากฟ้า แสงที่แม้จะเพียงดวงเล็กๆแต่ก็กล้าที่จะยืนหยัดอยู่เพียงลำพัง... แสงจากดวงดาวเหล่านั้นราวกับจะเตือนให้เธอรู้ว่า...
ขนาดดวงดาวแม้จะมีแสงเพียงเล็กๆ หากก็ไม่ได้หวังพึ่งแสงอันร้อนแรงจากดวงอาทิตย์
มันอยู่ได้ด้วยตัวเอง...
แต่ ความเหงาของเธอมันเกิดเพราะเธอได้ให้ความสำคัญกับคนอื่น... มากไปกว่าตัวเธอเอง
ดาวแต่ละดวงยังส่องแสงกะพริบบนท้องฟ้าได้... ไม่ว่าฟากฟ้านั้นแสนจะกว้างใหญ่ มืดดำ หรือเคว้งคว้างเพียงใด มันไม่เคยร้องขออุทธรณ์ ไม่เคยยอมหมดแรง มันเฝ้าส่องแสงได้ในทุกวัน แม้ว่าแสงจากมันไม่ได้เป็นแสงที่ยิ่งใหญ่ แต่มันก็ไม่ย่อท้อ เพราะมันรู้ค่าในตัวมันเอง
แล้วเธอล่ะ รู้ค่าในตัวเองมากแค่ไหน ?
พอหรือยังกับเวลา... ที่เสียไปกับการคิดถึงความเหงาและผู้ชายหนึ่งคนที่ไม่มีวันหวนคืนมา
เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ: