ลดน้ำหนัก ลดไขมันส่วนเกิน โดยไม่ต้องพึ่งยาหรืออาหารเสริม
และดูแลสุขภาพที่ดีของตนเองได้อย่างถาวรและ....ตลอดไป

ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กโทรนิกส์ เลขที่: 3101200422035
© 2007 by Thaifittips - All Rights Reserved
ความสำคัญของความหนักหน่วง กับ ระยะเวลา ของการออกกำลังกายเพื่อการเผาผลาญไขมัน

ในการออกกำลังกาย คุณต้องออกกำลังกายให้มี "ความหนักหน่วง" อย่างเพียงพอครับ

ความจริงคือ ถ้าคุณออกกำลังกายที่มีความหนักหน่วงยิ่งมาก คุณจะยิ่งเผาผลาญได้มากขึ้น

ถ้าคุณวิ่ง 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเปรียบเทียบกับวิ่ง 4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง   วิ่ง 6 กิโลเมตรต่อ
ชั่วโมง เผาผลาญมากกว่าอย่างไม่มีข้อสงสัย

จริงแล้วการออกกำลังกายแบบแอโรบิก จะมีการเผาผลาญทั้งคาร์โบไฮเดรต(ไกลโคเจน+
กลูโคส)  และไขมัน

แต่ว่ายิ่งความหนักหน่วงของการออกกำลังกายมาก การเผาผลาญส่วนใหญ่มักจะเป็นการสลาย
คาร์โบไฮเดรต(ไกลโคเจน+กลูโคส )มากขึ้น  เพราะว่าสามารถดึงไปใช้เป็นพลังงานใช้ได้ใน
ปริมาณที่มากและทันที  จึงออกแรงได้มากกว่าครับ

ส่วนไขมันต้องรอเปลี่ยนเป็นกลูโคสแล้วจึงค่อยนำมาใช้

แต่ว่าในช่วงหลังของการออกกำลังกาย เมื่อ ไกลโคเจนและกลูโคสถูกนำไปใช้จนน้อยลง  ก็จะ
เริ่มนำไขมันเปลี่ยนให้เป็นกลูโคสเพื่อนำไปใช้บ้าง

ดังนั้น การออกกำลังกายให้มีประสิทธิภาพ ต้องออกกำลังกายให้มีความหนักหน่วง และระยะ
เวลา ที่นานพอครับ

ไม่ใช้วิ่งเร็วสุดแรงเกิด 300-400เมตรในเวลา 5 นาที เสร็จแล้วก็เหนื่อยก่อน (ไขมันยังไม่เปลี่ยน
เป็นกลูโคสเลย)

หรือ เดินช้าๆไปเรื่อยๆ 2-3 ชั่วโมงแบบเดินห้าง ( ใช้กลูโคสไม่หมดเสียที ) อันนี้ก็ไม่ไหวเหมือน
กันครับ

ในวงการกีฬาเขาถึงบอกว่าให้ออกกำลังกายอยู่ในช่วง Fat Burning Zone ครับ  คือออกกำลังกาย
ให้หัวใจบีบตัวเร็วประมาณ 60-80% ของ อัตราการบีบตัวของหัวใจสูงสุด ครับ ซึ่งเป็นความ
หนักหน่วงที่ทำให้ออกกำลังกายได้นานพอที่จะมีการนำไขมันไปใช้ในช่วงหลังของ
การออกกำลั งกาย

อัตราการบีบตัวของหัวใจสูงสุด คิดคร่าวๆก็คือ 220-อายุ ครับ (แต่มีวิธีคิดที่ละเอียดอีกที)  
ดังนั้นถ้าผมอายุ 25 ปี ผมจะมีอัตราการบีบตัวของหัวใจสูงสุดที่ 195 ครั้งต่อนาที

ดังนั้นผมต้องออกกำลังกายให้มีอัตราการบีบตัวของหัวใจอยู่ที่ 117-156 ครั้งต่อนาทีครับ

แม้ว่ายิ่งออกกำลังกายด้วยความหนักหน่วงมาก มาก ยิ่งมีการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตมากกว่า  
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความหนักหน่วง น้อย จะเผาผลาญไขมันมากกว่า

ไม่ว่าจะเผาผลาญไขมันหรือคาร์โบไฮเดรต( ไกลโคเจน กลูโคส )มากกว่า  ก็ไม่สำคัญหรอกครับ
 ความสำคัญอยู่ที่ "ปริมาณของแคลอรี่ที่เผาผลาญได้" นี่แหละครับสำคัญที่สุด   

ก็คิดง่ายๆว่า แคลอรี่ที่เผาผลาญ แปรผันตรงกับ ความหนักหน่วง x ระยะเวลา ครับ





เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ: ปิติ นิยมศิริวนิช  แหล่งข้อมูลที่มากกว่าและเชื่อถือได้ในเรื่องวิธีการ
ลดไขมันส่วนเกิน คุณสามารถอ่านและรับบทความใหม่ๆทางemailทุก2สัปดาห์ได้ที่ http://www.
thaifittips.com
เริ่มลดน้ำหนัก และดูแลสุขภาพ
ของคุณเอง เดี๋ยวนี้ !!

เพียงกรอกชื่อเล่น และ email เท่านั้น
คุณจะได้รับ
  • โปรแกรมออกกำลังกายจากที่บ้าน
  • คู่มือรักษ์หัวใจ
  • บทความลดไขมันส่วนเกินทุก 2 สัปดาห์
  • พร้อมรับสิทธิพิเศษอื่นๆอีก ทุกๆเดือน
ตรงถึงที่อยู่อีเมลของคุณ  ฟรี

ลดความอ้วน ฟรี ฟรี ฟรี !!

    ถ้าคุณกำลังมองหา Tips Tricks &
    Techiniques การลดน้ำหนักอย่าง
    ถูกต้อง  และดูแลสุขภาพด้วยตน
    เองอย่างถาวร และตลอดไป

    โดยที่ไม่ต้องใช้ยา หรืออาหาร
    เสริมลดน้ำหนักซึ่งทำให้คุณต้อง
    สูญเสียเงิน ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก

    มูลค่า 250 บาทต่อปี
    (แต่ผมยกให้คุณ ฟรี)










    คุณจะได้รับ
  • โปรแกรมออกกำลังกายจากที่บ้
  • คู่มือรักษ์หัวใจ
  • บทความสลายไขมัน ทุก 2 สัปดาห์

  • สิทธิพิเศษประจำเดือน

    ทั้งหมด ฟรี