ลดน้ำหนัก ลดไขมันส่วนเกิน โดยไม่ต้องพึ่งยาหรืออาหารเสริม และดูแลสุขภาพที่ดีของตนเองได้อย่างถาวรและ....ตลอดไป
|
© 2007-2008 by Thaifittips - All Rights Reserved


การรับประทานอาหารแบบแอตกิน ผลดี ผลเสีย ? เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตัน?
ปัจจุบัน ปัญหาในเรื่องของความอ้วนเพิ่มขึ้น 2 เท่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการวิจัยออกมา
เกี่ยวกับในเรื่องของการหาวิธีลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะใช้วิธี ลดคาร์โบไฮเดรต ลดไขมัน หรือวิธีอื่นๆ
อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ-โปรตีนสูงก็กำลังเป็นที่นิยม
มีหนังสือเล่มหนึ่งครับ ซึ่งเป็นของ นพ. แอตกิน ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1973 และได้รับความนิยมจนตีพิมพ์
เรื่อยมาจนถึงปี 2002 เป็นหนังสือลดน้ำหนักเล่มที่มีผู้อ่านมากที่สุดในโลกเล่มหนึ่ง (หากใครยังไม่
ได้อ่าน ผมแนะนำให้อ่านเอาแนวคิดนะครับ แต่ผมไม่สนับสนุนให้ทำตาม ส่วนตัวของผมอ่านจบ
แล้วครับ)
เนื่องจากว่าหนังสือเล่มนี้เป็นที่นิยม แต่ไม่มีการวิจัยมารองรับ แต่จากการศึกษาในเบื้องต้นพบว่า
สามารถลดน้ำหนักได้เร็วครับ ประมาณ 8.3 เปอร์เซนต์ของน้ำหนักตัวใน 8 สัปดาห์
ดังนั้นจึงเป็นที่มาของงานวิจัยชิ้นนี้ครับ ซึ่งเป็นการศึกษาใช้เวลาประมาณ 1 ปี เพื่อเปรียบเทียบ
ผลลัพธ์ว่า อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ-โปรตีนสูง สามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้จริงหรือไม่ และ
สามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตันเปรียบเทียบกับการควบคุม
แคลอรี่แบบธรรมดาทั่วไป
เป็นการนำอาสาสมัครจำนวน 63 ราย (หญิง 43 คน ชาย 20 คน) ทุกคนได้รับการตรวจร่างกาย
เและเจาะเลือดเพื่อวัดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด โดยที่จะสุ่มแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ว่าจะอยู่ใน
กลุ่มอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ-โปรตีนสูง หรืออยู่ในกลุ่มควบคุมแคลอรี่แบบธรรมดา
กลุ่มอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ-โปรตีนสูง
อาสาสมัคร 33 ราย ได้รับการจำกัดปริมาณของคาร์โบไฮเดรตที่รับกประทานเข้าไป เป็นระยะเวลา
2 สัปดาห์แรกเหลือเพียง 20 กรัมต่อวันเท่านั้น (ตาม Induction Phase ใน Atkins' Diet) หลังจากนั้น
ค่อยๆตามโปรแกรมหนังสือ (อาสาสมัครจะได้รับหนังสือ Dr.Atkins' New Diet Revolution แจก
เพื่อให้ทำตามได้อย่างถูกต้อง)
กลุ่มจำกัดแคลอรี่ทั่วไป
อาสาสมัคร 30 รายที่ได้รับการสุ่มให้เข้าโปรแกรมนี้จะได้รับการพบกับนักโภชนาการก่อนเริ่ม
โปรแกรม และจะแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ ลดแคลอรี่ลงเหลือเพียง 1200-1500
กิโลแคลอรี่ต่อวันสำหรับผู้หญิง และ 1500-1800 กิโลแคลอรี่ในผู้ชาย โดยที่จะได้รับสัดส่วน
แคลอรี่จากคาร์โบไฮเดรต 60 เปอร์เซนต์ 25 เปอร์เซนต์จากไขมัน และ 15 เปอร์เซนต์จากโปรตีน
และได้รับการสอนให้ทำการนับแคลอรี่ตาม The LEARN Program for Weight Management
หนังสือเล่มนี้ใช้ในงานวิจัยหลายครั้งแล้วครับ และเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการรับประทานอาหาร
ที่ต่างประเทศใช้ (แนะนำว่าควรอ่านครับ)
ผลลัพธ์
ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตต่ำ-โปรตีนสูง จะลดน้ำหนักได้มากกว่ากลุ่มที่ใช้วิธีการควบคุมอาหารเป็น
ระยะเวลา 3-6 เดือนแรก แต่ไม่แตกต่างชัดเจนที่ 12 เดือน
มีจำนวน 49 รายที่สามารถทำตามโปรแกรมได้จนถึงสิ้นส่วนเดือนที่ 3 และ ลดลงเหลือ 42 รายที่
สามารถทำตามโปรแกรมจนถึงเดือนที่ 6 และ เหลือ 37 รายที่สามารถทำตามโปรแกรมได้จนครบ
12 เดือน จำนวนอาสาสมัครที่ไม่สามารถทำตามโปรแกรมในช่วง3-6 เดือนแรกมักจะเป็นกลุ่ม
คาร์โบไฮเดรตต่ำ-โปรตีนสูงมากกว่า แต่ไม่แตกต่างกันที่ 12 เดือนในทั้งสองกลุ่ม
ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตต่ำ-โปรตีนสูงจะมีคีโตนออกมาทางปัสสาวะสูงกว่าในช่วงแรก (ถ้าได้อ่าน
หนังสือของ Atkins จะบอกว่าคีโตนที่ออกมาเป็นตัวชี้ว่าร่างกายใช้ไขมันในการเผาผลาญ) แต่ไม่
แตกต่างกันระหว่างทั้งสองกลุ่มภายหลังจาก 3 เดือนแล้ว
ความดันโลหิตลดลงทั้งสองกลุ่ม แต่ไม่แตกต่างกันระหว่างกลุ่ม (สังเกตนะครับ ถ้าคุณลดน้ำหนัก
ความดันโลหิตก็จะลดลงตามไปด้วย)
ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงทั้งสองกลุ่ม แต่ไม่แตกต่างกันระหว่างกลุ่ม (และเช่นกันครับ การลด
น้ำหนักช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดลงด้วย)
ระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ในช่วงแรกของกลุ่มคาร์โบไฮเดรตต่ำ-โปรตีนสูงจะมีโคเลสเตอร
อลสูงกว่ามากครับ แต่หลังจากสิ้นสุดที่ 12 เดือนแล้วไม่แตกต่างกัน
ผลการทดลองนี้แสดงให้เห็นนะครับว่า กลุ่มคาร์โบไฮเดรตต่ำ น้ำหนักลดลงเร็วกว่าในช่วง 3-6
เดือนแรกเท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป 12 เดือน ผลลัพธ์ที่ได้ไม่แตกต่างเมื่อเทียบกับใช้วิธีการ
ควบคุมแคลอรี่ด้วยวิธีปกติ และด้วยเหตุที่ไม่แตกต่างกันที่ 12 เดือนนั้นเป็นเพราะส่วนหนึ่งน้ำหนัก
ได้กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง การวิจัยนี้จึงบอกว่าแผนการรับประทานอาหารแบบคาร์โบไฮเดรตต่ำ-
โปรตีนสูง แบบแอตกินไม่สามารถทำได้ในระยะยาว
ความแตกต่างของน้ำหนักที่ลดลงของทั้งสองกลุ่มในช่วง 6 เดือนแรกเนื่องจากว่า การลดปริมาณ
ของคาร์โบไฮเดรตลง แม้ว่าจะไม่จำกัดปริมาณของโปรตีนกับไขมัน กลไกยังไม่เป็นที่ทราบ
แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องกลไกที่ส่งผลในเรื่องฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว-อิ่ม แต่ในงาน
วิจัยนี้บอกว่าระดับคีโตนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้น้ำหนักลดลง เพราะข้อมูลไม่สัมพันธ์กันเลย และยิ่ง
ไปกว่านั้นระดับคีโตนที่สูงขึ้นจะค่อยๆลดลงเมื่อเวลาผ่านไปหลังจาก 6 เดือน
การลดน้ำหนักสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ว่าจะใช้วิธีการรับประทานอาหารแบบ
คาร์โบไฮเดรตต่ำ- โปรตีนสูง หรือใช้วิธีการควบคุมพลังงาน แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าการศึกษา
นี้ทำในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น อาจต้องมีการศึกษาในระยะยาวเพิ่มเติมอีก
สิ่งที่แพทย์กังวลมากที่สุดก็คือการรับประทานอาหารแบบแอตกิน อาหารที่ถูกควบคุมคือ
คาร์โบไฮเดรต แต่จะไม่ได้ควบคุมปริมาณของโปรตีนและไขมันเลย ดังนั้นการรับประทานอาหาร
ประเภทไขมันที่มากเกินไปนั้นจะเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบหรือไม่ ?
จากการศึกษานี้พบว่า ปริมาณของโคเลสเตอรอลชนิด LDL จะขึ้นสูงในช่วง 3 เดือนแรกในกลุ่มที่
รับประทานอาหารแบบแอตกิน แต่ลดลงในกลุ่มที่ควบคุมแคลอรี่ ในระยะยาวกลับไม่แตกต่าง
กันทั้งสองกลุ่ม
ในทางตรงกันข้ามครับ ปริมาณไขมันไตรกลีเซอไรด์นั้นสูงมากในกลุ่มการรับประทานอาหารแบบ
คาร์โบไฮเดรตต่ำ-โปรตีนสูง ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตันได้ครับ แต่
อย่างไรก็ตามผลลัพธ์นี้ยังไม่แน่นอน เนื่องมาจากการติดตามด้วยระยะเวลาที่สั้นเพียงแค่ 12 เดือน
สั้นเกินกว่าที่จะบอกว่าอาหารแบบคาร์โบไฮเดรตต่ำ-โปรตีนสูงทำให้เป็นโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ
มากขึ้น เพราะทำให้ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้นเพียงแค่อย่างเดียว แต่ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆเช่น
ความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือด โคเลสเตอรอลชนิด LDL ไม่ได้สูงขึ้นตาม ตรงกันข้ามกลับ
ลดลงเสียด้วยซ้ำ
แต่การวิจัยที่ผ่านๆมาการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงและใยอาหารต่ำสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อ
การเกิดโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตันได้แล้วครับ ซึ่ง ณ ขณะนี้ยังมีข้อมูลไม่มากพอที่จะบอก
ได้ครับว่าการรับประทานอาหารแบบแอตกินจะได้รับผลดี (ในเรื่องของการลดน้ำหนัก ) มากกว่า
ผลเสีย (เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตัน) หรือไม่
อ้างอิง
N Engl J Med. 2003 May 22;348(21):2082-90. A Randomized Trial of a Low-Carbohydrate Diet for
Obesity Link
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เกี่ยวกับผู้เขียนบทความ: ปิติ นิยมศิริวนิช แหล่งข้อมูลที่มากกว่าและเชื่อถือได้ในเรื่องวิธีการลด
น้ำหนักส่วนเกิน คุณสามารถอ่านและรับบทความใหม่ๆทางemailทุก2สัปดาห์ได้ที่http://www.
thaifittips.com
|
|
เริ่มลดน้ำหนัก และดูแลสุขภาพ ของคุณเอง เดี๋ยวนี้ !!
เพียงกรอกชื่อเล่น และ email เท่านั้น
|
|
|
|
|
|
|
|
|
คุณจะได้รับ
- โปรแกรมออกกำลังกายจากที่บ้าน
- คู่มือรักษ์หัวใจ
- บทความลดไขมันส่วนเกินทุก 2 สัปดาห์
- พร้อมรับสิทธิพิเศษอื่นๆอีก ทุกๆเดือน
ตรงถึงที่อยู่อีเมลของคุณ ฟรี
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
|
ลดความอ้วน ฟรี ฟรี ฟรี !!
ถ้าคุณกำลังมองหา Tips Tricks & Techiniques การลดน้ำหนักอย่าง ถูกต้อง และดูแลสุขภาพด้วยตน เองอย่างถาวร และตลอดไป
โดยที่ไม่ต้องใช้ยา หรืออาหาร เสริมลดน้ำหนักซึ่งทำให้คุณต้อง สูญเสียเงิน ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก
มูลค่า 250 บาทต่อปี (แต่ผมยกให้คุณ ฟรี)
- โปรแกรมออกกำลังกายจากที่บ้า
- คู่มือรักษ์หัวใจ
- บทความสลายไขมัน ทุก 2 สัปดาห์
- สิทธิพิเศษประจำเดือน
|